คุณมัวแต่จมอยู่กับความทุกข์ในปัจจุบันโดยลืมหันไปมองความสุขในอดีตหรือเปล่า

204 จำนวนผู้เข้าชม  | 

คุณมัวแต่จมอยู่กับความทุกข์ในปัจจุบันโดยลืมหันไปมองความสุขในอดีตหรือเปล่า

คำพระท่านว่า การอยู่กับปัจจุบันสำคัญที่สุดนั้น คำนี้ถูกต้องเลยค่ะ แต่หลายท่านไม่เข้าใจว่า คำว่าปัจจุบันหรือปัจจุบันขณะนั้นมีความหมายลึกซึ้งขนาดไหน แล้วการอยู่กับปัจจุบันขณะช่วยให้เราพ้นทุกข์ได้อย่างไร

ถ้าเราไม่ได้มองในมุมเชิงพุทธ...สิ่งที่คนจำนวนมากมักจะหลงไปยึดอยู่กับคำว่าปัจจุบันคือ วันนี้ เดือนนี้ ปีนี้ หรือระยะนี้.. ซึ่งหลายกรณี กลับเป็นปัจจุบันแห่งความทุกข์ และทำให้หลายท่านจมอยู่กับชีวิตหรือความสัมพันธ์ที่เป็นทุกข์...ไม่เว้นแต่ความสัมพันธ์กับคุณพ่อคุณแม่ของเราเอง

โค้ชมีลูกค้าผู้ชายท่านหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ไม่ดีกับคุณพ่อมากๆ และขอนำมาแบ่งปันเพื่อเป็นประสบการณ์แก่ทุกท่านค่ะ

คุณพ่อลูกค้าท่านนี้เป็นผู้ชายที่ดุมากเสมอมา เป็นคนชอบควบคุมชีวิตภรรยาและลูกๆ แต่ตนเองไม่ค่อยประสบความสำเร็จด้านชีวิตและการงานอาชีพเท่าไหร่ เรียนไม่ได้สูงส่ง ทำธุรกิจก็ล้มเหลว ที่สุดก็ต้องเป็นลูกจ้างที่เงินเดือนไม่มาก ส่งผลให้ครอบครัวมีลำบากเดือดร้อนด้านการเงินเสมอมา แถมยังเป็นคนบุคลิกไม่ดี จนคนรอบข้างไม่อยากเข้าใกล้ และด้วยความขัดสนทางการเงินนี้เอง ทำให้คุณพ่อต้องทำงานตลอดเวลา ไม่มีเวลาให้ลูกให้ครอบครัว พอจะมีเวลาอยู่กับลูกเมียนานๆ ที ก็จะมีแต่ความฉุนเฉียวตลอดเวลา

ลูกค้าท่านนี้เป็นผู้ใหญ่และมีครอบครัวแล้วค่ะ แต่ด้วยความที่คุณพ่อเป็นแบบนี้ ภรรยาก็เลยไม่อยากให้หลานเข้าใกล้คุณปู่ เพราะเกรงจะติดบุคลิกและอารมณ์โทสะจริตที่ไม่ดีมา แถมภรรยายังชอบตำหนิว่า ลูกค้าท่านนี้ก็มีนิสัยบางประการเหมือนคุณพ่อด้วย ซึ่งภรรยาก็ไม่ค่อยชอบใจนัก

โค้ชถามว่าเมื่อนึกถึงคุณพ่อแต่ละครั้งจะรู้สึกยังไง ก็ได้รับคำตอบว่าจะมีความอึดอัด มีความโกรธ ความไม่ชอบ คุกรุ่นขึ้นมาในอกเสมอค่ะ

โค้ชได้ทำ Time Line Therapy (TLT) ให้ลูกค้าคนนี้ย้อนกลับไปในอดีต และได้พบประสบการณ์หลายอย่างที่น่าสนใจมาก

อย่างแรกคือ เค้ากลับไปเห็นตัวเองตอนเป็นเด็กและกำลังอยู่กับคุณพ่อ และคุณพ่อกำลังจะเดินห่างออกไปแต่ก็มักจะหันมากลับมองเค้า โค้ชได้ให้เค้าเอาความรู้สึกเข้าไปในตัวคุณพ่อว่าหันกลับมามองทำไม ลูกค้าท่านนี้ถึงกับน้ำตาคลอ เพราะตัวเองเข้าไปรู้สึกถึงความรักและความเมตตาของพ่อที่มีต่อตัวเองเสมอ เป็นความไม่อยากจากลูกตัวเล็กๆ ไป แต่ต้องออกไปเพราะความจำเป็น และหันกลับมามองด้วยความเป็นห่วง และสัมผัสความรู้สึกว่า “พ่อรักลูกนะ” ซึ่งเป็นคำที่เค้าไม่เคยได้ยิน และลืม moment ดีๆ กับพ่อนี้ไปหมดแล้ว

นอกจากนี้ลูกค้าท่านนี้ยังย้อนกับไปเห็นตัวเองในวัยเด็กที่คุณพ่อพาไปเล่นที่สนามเด็กเล่น คุณพ่อจูงมือเค้าและเล่นสนุกด้วยกัน ทุกครั้งที่คุณพ่อมองเค้า คุณพ่อจะยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข ลูกค้าท่านรู้สึกตื้นตันกับเหตุการณ์ที่เค้าลืมเลือนไปจากความทรงจำแล้ว จำได้เพียงแต่ภาพของคุณพ่อที่เครียดและดุอยู่เสมอ ทำงานหนักไม่มีเวลาให้ลูกๆ เค้าจำไม่ได้เลยว่าครั้งสุดท้ายที่เห็นคุณพ่อหัวเราะอย่างมีความสุขนั้นมีหรือไม่หรือเกิดขึ้นเมื่อใด

จิตใต้สำนึกยังพาลูกค้าท่านนี้ให้เห็นภาพของตนเองในชาติก่อน ที่เป็นครอบครัวที่ยากจน และต้องดูแลคุณพ่อที่แก่และป่วยหนัก ซึ่งก็คือคุณพ่อของตนในชาตินี้ ตนต้องดูแลคุณพ่ออย่างยากลำบากหลายปี ไม่มีค่ารักษา และที่สุดก็จำนนต่อภาระ ต้องจำใจเอามือปิดปากปิดจมูกของพ่อแม้ไม่อยากทำแต่ก็ต้องทำทั้งน้ำตาเพียงเพื่อให้พ่อได้ตายอย่างไม่ต้องทรมานกับชีวิตอีกต่อไป

ยังไม่หมดค่ะ.. จิตยังทำให้เห็นชาติก่อนหน้านั้นไปอีกว่า ตนเคยเกิดในสมัยโบราณ และได้ทำความผิดมหันต์ไว้ และคุณพ่อ (ซึ่งคือคุณพ่อของตนในชาตินี้) ต้องเป็นคนประหารชีวิตลูก เพราะมีอาชีพเป็นเพชฌฆาต พ่อก็ต้องแขวนคอตนทั้งที่ไม่อยากทำและก็รู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมากที่ต้องทำเพราะเป็นหน้าที่

อย่างที่โค้ชบอกเสมอนะคะว่า TLT จะพาให้เราไปเห็นอดีตจริงก็ได้ หรือจะเป็นภาพที่จิตสร้างขึ้นก็ได้ สิ่งที่สำคัญกว่าคือสิ่งที่ได้เรียนรู้ค่ะ ไม่ใช่สิ่งที่เห็น

และสิ่งที่ลูกค้าท่านนี้ได้เรียนรู้ก็คือ ตนและพ่อได้ผูกกรรมกันมามากมาย ส่วนชาตินี้พ่อก็ได้พยายามอย่างดีที่สุดในการเลี้ยงครอบครัวแล้ว แม้จะทำได้ไม่ดีอย่างที่ทุกคนคาดหวัง แต่พ่อก็ทำเต็มที่ และมีความรักให้ตนแม้จะไม่ได้แสดงออกตามสมควรก็ตาม และความรู้สึกผิดและความรู้สึกไร้ค่าหมดหนทางที่เค้าก็ไม่รู้ว่ามาจากไหนและมีมาตั้งแต่เด็กๆอย่างอธิบายไม่ได้ก็พลอยบรรเทาไปอย่างมากด้วย

ภายหลังการทำ TLT แล้ว โค้ชได้ให้ท่านนี้นึกถึงพ่อว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง สิ่งที่เคยอึดอัดในอกได้หายไป และกลายเป็นความว่าง หรือการวางอุเบกขาแทนค่ะ และก็พร้อมจะเข้าใจและปรับความสัมพันธ์กับคุณพ่อให้ดีขึ้น

เรื่องกรรมและผลของกรรมนั้นเป็นเรื่องอจินไตยค่ะ ภูมิปัญญาของปุถุชนหยั่งถึงไม่ได้ แต่ความซับซ้อนของมันทำให้บางทีเราไม่เข้าใจความทุกข์ที่เราเผชิญอยู่ โดยเฉพาะความทุกข์จากความสัมพันธ์กับบุพการี (ซึ่งโค้ชมีเคสความสัมพันธ์ลักษณะนี้เยอะจนน่าเหลือเชื่อ).. แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณสามารถนึกถึงความสุขในอดีต แม้จะเป็นความสุขเล็กๆ ที่เกิดจาก moment สั้นๆ แต่พลังแห่งความรักและความสุขนั้น ก็อาจเปลี่ยนมุมมองและความรู้สึกของคุณในปัจจุบันให้คลายจากความทุกข์ได้นะคะ

โค้ชนุ่น (ดร.เมธยา ป้อมสุวรรณ)

Repost จาก Facebook : 30 ตุลาคม 2017

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้