เลี้ยงลูกอย่างไร ให้ห่างไกลคำว่า "ไม่มั่นใจในตัวเอง"

เลี้ยงลูกอย่างไร ให้ห่างไกลคำว่า "ไม่มั่นใจในตัวเอง"

คุณพ่อคุณแม่ต้องอ่าน....ถ้าอยากให้ลูกโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นใจและเห็นค่าของตนเอง

คนเราทุกคนเมื่อเกิดมาบนโลกนี้ ทุกคนพกความมั่นใจมาเต็มร้อย เด็กน้อยไม่รู้จักคำว่าไม่มั่นใจค่ะ

คุณจำได้ไหม เมื่อลูกยังเล็กหัดเดิน เดินล้มแล้วล้มอีกแต่ลูกก็ยังยืนขึ้นมาและพยายามเดินจนสำเร็จ ลูกหัดเล่นต่อบล็อคของเล่นง่ายๆ เล่นแล้วเล่นอีกบล็อคล้มโครมลงมาไม่รู้จักกี่ครั้ง สุดท้ายลูกก็ต่อได้แล้วหัวเราะดีใจกับความสำเร็จของตัวเอง.....นั่นคือโลกของลูกน้อยที่มีแต่สิ่งท้าทาย สนุกสนาน ความมั่นใจว่าสุดท้ายฉันก็ทำได้แน่ๆ

แต่เกิดอะไรขึ้นเล่า แล้วความไม่มั่นใจและรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่ามันเกิดมาได้อย่างไร แล้วทำไมมันติดตัวมาจนลูกน้อยโตเป็นผู้ใหญ่ก็ยังเก็บความคิดความรู้สึกนี้ฝังแน่นกับตัวที่แม้เจ้าตัวก็ยังไม่ทราบว่าทำไมตัวเองถึงคิดและรู้สึกแบบนี้ ไม่เข้าใจตัวเองเลย.....  

หนึ่งในคำตอบนั้นคือ ผู้ใหญ่นั่นเอง ที่ยัดเยียดความคิดที่ทำให้ลูกหรือเด็กไม่มั่นใจและความรู้สึกว่าด้อยค่า

คำว่า "ความมั่นใจในตัวเอง" คือ การเชื่อในความสามารถตนเอง เชื่อใจตัวเอง หรือเชื่อในความเป็นตัวตนของตัวเอง.....ส่วน "การเห็นคุณค่าตัวเอง" คือ การพอใจกับตัวเอง

สองสิ่งนี้ สามารถถูกทำลายเหมือนน้ำเซาะทรายได้ทีละน้อยๆ การที่เด็กเห็นค่าของตัวเองน้อย จะนำไปสู่ความไม่มั่นใจในตัวเองในอนาคต

ถ้าพ่อแม่หรือคนรอบข้างทำสิ่งที่โค้ชจะบอกต่อไปนี้กับลูกบ่อยๆ ลูกมีแนวโน้มสูงมากที่จะเติบโตเป็นเด็กที่ไม่ค่อยเห็นคุณค่าตัวเองและไม่มีความมั่นใจในตัวเอง นั่นก็คือ

- เปรียบเทียบลูกกับคนอื่นอยู่เสมอๆ แม้จะเทียบกับพี่น้องหรือเพื่อนที่ดูเหมือนจะเก่งกว่าดื้อน้อยกว่า 
- ชอบว่าลูกว่า "โง่", "ฉลาดน้อย", "ดื้อ", "ขี้เกียจ", "น่ารังเกียจ" "ทำได้แค่นี้เองหรือ" หรือคำใดๆ ที่มันกัดเซาะใจเด็กให้เกิดความรู้สึกว่าตัวเองช่างไร้ค่าไปเรื่อยๆ จนใจเด็กชินชากับคำเหล่านั้น 
- เด็กถูกล้อในโรงเรียนและถูกละทิ้งไม่มีเพื่อนเล่น อาจเนื่องมาจากสุขภาพไม่ดี รูปร่างหน้าตาไม่ดี เรียนไม่เก่ง พิการ หรืออื่นๆ
- เมื่อลูกเอาผลงานที่ลูกภูมิใจมาอวดพ่อแม่ แล้วโดนเพิกเฉยหรือต่อว่าว่าทำไมถึงทำได้ไม่ดีกว่านี้ ใจพองๆของลูกน้อยจะแฟบลงทันที ถ้าได้ยินบ่อยๆ จะทำให้เกิดความรู้สึกไร้ค่าฝังแน่นในจิตใต้สำนึก
- และอีกมากมาย.....

สิ่งที่ตามมาก็คือ ลูกน้อยจะเก็บความคิดความรู้สึกน้อยใจ ด้อยค่า ไร้ค่า ฝังในจิตใต้สำนึก แม้โตขึ้น จิตสำนึกจะลืมเลือนเหตุการณ์ต่างๆนั้นไปตามกาลเวลา แต่ความคิดความรู้สึกนี้ด้อยค่านี้ยังคงถูกประทับไว้ในจิตใต้สำนึกเรียบร้อยแล้ว และเป็นชนวนก่อให้เกิดความรู้สึกด้อยค่าที่มากขึ้นๆ และรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองตามมา.....

เป็นที่มาว่า บางที ทำไมคนเราทุกอย่างในชีวิตดูดีลงตัวหมด แต่ก็ยังรู้สึกเคว้งคว้างไร้ค่า ไม่มั่นใจในตัวเองอยู่ลึกๆ ซึ่งจริงๆ แล้วความสามารถก็เต็มเปี่ยมจนเป็นที่อิจฉาของคนรอบข้าง

เป็นที่มาว่า บางที ทำไมคนเรามีสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต แต่ผลักมันออกไปหมด ด้วยความรู้สึกแค่ว่า "ฉันดีไม่พอ" หรือ "ฉันทำไม่ได้"

อีกสาเหตุหนึ่งที่อาจจะเกิดขึ้นคือ เหตุการณ์ในวัยเด็กมากๆ หรือเหตุการณ์ที่ต้องอาจย้อนไปมากกว่าชาติที่เราเกิดมานี้ที่ทำให้คนๆนั้นตัดสินใจว่าเค้าเป็นคนไม่มีค่าหรือความมั่นในในตัวเองต่ำ ซึ่งสาเหตุนี้ ต้องใช้เทคนิคที่เรียกว่า Time Line Therapy เพื่อย้อนชีวิตไปยังอดีตเพื่อค้นปม และให้เราได้เรียนรู้เปลี่ยนทัศนคติและมุมมองจากเหตุการณ์นั้น แล้วความคิดที่ทำให้ชีวิตติดล็อคกับวังวนความไม่มั่นใจนี้ก็จะหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ แต่เทคนิคนี้ ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการทำ Time Line Therapy เท่านั้นค่ะ

ในฐานะที่เป็นทั้งแม่ของลูก เป็นครูของนักเรียน และโค้ชของลูกค้า ขอเป็นกำลังใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านให้เลี้ยงลูกอย่างมีความสุข เลี้ยงด้วยความรักและความเข้าใจในตัวลูกและเข้าใจตัวเอง......แค่การเลี้ยงลูกให้โตขึ้นและเก่งนั้นไม่ยาก แต่การเลี้ยงลูกให้เติบโตอย่างมีความสุขและมีความมั่นคงทางอารมณ์นั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายและเป็นหน้าที่สำคัญของคุณพ่อคุณแม่นะคะ

ขอให้คุณพ่อคุณแม่มีกำลังใจในการเลี้ยงลูกให้มีความสุขอย่างมีความสุขนะคะ

Powered by MakeWebEasy.com