วิธีคิดเพื่อเอาชนะอาการ "ขี้บ่น"

วิธีคิดเพื่อเอาชนะอาการ "ขี้บ่น"

เอาเข้าจริงๆแล้ว ไม่มีใครชอบคนขี้บ่น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าตัวเองที่เป็นคนขี้บ่น เผลอๆก็รำคาญตัวเองด้วยซ้ำไป แต่ไม่รู้ว่าทำอย่างไรจึงจะหยุดบ่นได้

สาเหตุของอาการขี้บ่น คือ การที่คิดว่าตัวเองไม่สามารถควบคุมทั้งเหตุการณ์ ใจ และอารมณ์ของตัวเองและคนรอบข้างได้ ทำให้เมื่อสิ่งต่างๆไม่เป็นดั่งหวัง ก็จะเริ่มบ่นในที่สุด


สิ่งนี้อาจเป็นเพราะใจคิดว่า บ่นไปทำให้ตัวเองดูดีขึ้น ดูเก่งดูฉลาดขึ้นเมื่อเทียบกับคนที่ถูกบ่น มีความสุขลึกๆโดยไม่รู้ตัวกับการเห็นคนอื่นแย่ลง


หรืออาจะเป็นเพราะชีวิตนี้ ยากที่จะมองเห็น "จุดขาวบนพื้นดำ" นั่นก็คือ ลืมมองหรือมองข้ามข้อดีของตัวเองหรือสิ่งดีๆรอบข้างที่มี แต่มัวตอกย้ำกับสิ่งไม่ดีเพียงเล็กๆน้อยๆแล้วคิดย้ำไปมาจนสุดท้ายกลายเป็นคนขี้บ่นกับเรื่องหยุมหยิม


เคยไหม ที่เห็นคนบางกลุ่มจับกลุ่มคุยกันบ่นเรื่องชีวิตตัวเอง ต่างคนต่างระบายว่าชีวิตตัวเองมันเศร้าอย่างไร ไร้หนทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไร...นั่นคือการที่คนกลุ่มนั้น "ตกเป็นเหยื่อ" ของความคิดตัวเอง จึงกลายเป็นเหยื่อของชีวิตตัวเองที่หาทางออกไม่มีวันเจอถ้าตราบใดไม่เปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่

แน่นอนว่า บางเวลาในชีวิต เราต้องเจอกับปัญหาหรือสถานการณ์ที่เราจำเป็นต้องทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ไม่อยากทำ แต่ก็ต้องทำ นั่นไม่ได้หมายความว่าเรากำลังเป็นเหยื่อของชีวิตตัวเอง ถ้าตราาบใดเรา "ปรับใจ หรือ ปรับวิธีคิด" ได้ว่า เราต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทางออกที่ดีที่สุดของเหตุการณ์ที่เป็นข้อจำกัดนี้มีอะไรบ้าง อะไรที่เป็นไปไม่ได้ก็ไม่ต้องไปเสียเวลาคิดซ้ำไปซ้ำมาให้กลุ้มใจ เอาสมองและใจมาจดจ่อกับวิธีแก้ไขปัญหาหรือทำให้ใจสบายจะดีกว่าเป็นไหนๆ


บางคน เมื่อเจอเหตุการณ์ที่รุมเร้า แต่มีวิธีการคิดที่ทำให้ใจคลายความทุกข์ และหาหนทางแก้ไขแล้วจดจ่อกับมันและลงมือทำ นั่นคือ คนที่จะสำเร็จในชีวิต เป็น "เจ้านายตัวเอง" อย่างแท้จริง


บางคน เมื่อเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดปัญหา แทนที่จะหาทางแก้ไข ก็เอาแต่บ่นพร่ำพรรณาถึงความซวยความทุกข์ยากของตัวเอง โทษทุกอย่างที่ไม่ใช่ตัวเอง คิดวนไปวนมาอยู่ในอ่างที่หาทางออกไม่เจอเพราะไม่เคยจะตั้งใจหาทางออก นั่นคือ คนที่มีแต่ความทุกข์ ตกเป็น "เหยื่อของความคิดตัวเอง" อย่างน่าเสียดาย


ทุกปัญหา แน่นอนว่ามันอาจมีจริงหรือไม่มีจริง แต่จำไว้ว่า "ทุกข์เริ่มที่ใจและความคิด ก็ต้องจบลงและแก้ด้วยใจและความคิดเท่านั้น" อย่าหวังว่าจะเกิดเหตุการณ์ "ส้มหล่น" แล้วทุกอย่างถูกแก้ไขได้อย่างง่ายดาย ถึงจะเป็นไปได้แต่ก็ไม่ยั่งยืน เพราะใจและความคิดไม่ได้ผ่านการ "ขัดเกลา" ให้แข็งแกร่ง เมื่อเจอปัญหาอีกก็จะล้มลุกคลุกคลานอีกเช่นเคย


กลับมาเป็นเจ้านายความคิดและใจตัวเอง โดยการที่คิดเสมอว่า "อะไรที่เราเปลี่ยนแปลงได้แล้วทำให้สถานการณ์นั้นดีขึ้น" ไม่ต้องรอให้คนอื่นรอบข้างเปลี่ยนก่อน เพราะถ้าคนอื่นไม่เปลี่ยน คุณจะรอไปทั้งชีวิตเพื่อจะมีความสุขที่ก็ไม่รู้ว่าจะมีเมื่อไหร่เช่นนั้นหรือ

เมื่อการเปลี่ยนแปลงเริ่มที่เราเองได้แล้ว ใจและความคิดก็จะไม่ไปมุ่งจับแต่สิ่งที่นอกเหนือการควบคุมของตัวเอง จะมองเห็น "จุดขาวบนพื้นดำ" ได้เด่นชัดขึ้น จึงทำให้มองโลกอย่างเข้าใจมากขึ้น....และสิ่งที่ตามมาคือ อาการขี้บ่นก็จะน้อยลงหรือหายไปอย่างน่าประหลาดใจค่ะ

Credit ภาพ : Freepik (www.freepik.com)

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com