Last updated: 10 ก.พ. 2569 |
โทรศัพท์นอกเวลางานไม่ได้มาพร้อมคำสั่ง และไม่ได้ถูกเรียกว่าโอที มันมาในรูปของเสียงเรียกสั้น ๆ ข้อความที่ขึ้นมาแวบเดียว หรือสายที่โทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงปกติราวกับยังอยู่ในเวลางาน เรารับมันโดยอัตโนมัติ เพราะมันดูไม่ใหญ่พอจะปฏิเสธ และดูไม่แรงพอจะทำเป็นเรื่อง
ปัญหาของการรับสายแบบนี้ไม่ได้อยู่ที่ความยาวของการคุย แต่อยู่ที่จังหวะชีวิตที่ถูกตัดขาด ทุกครั้งที่รับสาย ความคิดที่กำลังอยู่กับเรื่องอื่นต้องหยุด พื้นที่ส่วนตัวถูกเปิดออก และสมาธิที่ควรได้พักถูกดึงกลับไปสู่โหมดงาน โดยไม่มีการเตรียมตัว
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้เงียบ คือมันไม่ใช่เหตุการณ์พิเศษ ไม่มีใครบอกว่าเป็นหน้าที่ และไม่มีใครเขียนไว้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของงาน แต่เมื่อมันเกิดขึ้นซ้ำ ๆ เวลานอกงานก็เริ่มไม่ใช่เวลานอกงานจริง ๆ อีกต่อไป มันกลายเป็นช่วงเวลาที่ต้อง “เผื่อไว้” สำหรับการถูกรบกวน
หลายคนไม่รู้สึกโกรธ แต่รู้สึกไม่เคยได้พักเต็มที่ เพราะการรับสายหนึ่งครั้งอาจใช้เวลาไม่กี่นาที แต่ผลของมันอยู่ได้นานกว่านั้น ความคิดค้าง ความกังวลที่ตามมา และการกลับไปโฟกัสกับชีวิตส่วนตัวที่ทำได้ไม่เหมือนเดิม
การรับโทรศัพท์นอกเวลางานจึงไม่ใช่เรื่องของความเสียสละหรือความทุ่มเท แต่มันกำลังเปลี่ยนขอบเขตของชีวิตโดยไม่ต้องมีใครประกาศ เวลาที่ควรเป็นของตัวเองถูกแบ่งออกเป็นช่วง ๆ และความรู้สึกว่ามีเวลาพักจริง ๆ เริ่มหายไปทีละนิด
บทความนี้ไม่ได้บอกว่าไม่ควรรับสาย และไม่ได้ตัดสินการทำงานนอกเวลา มันแค่ทำให้เห็นว่า โทรศัพท์ที่รับด้วยความเคยชิน กำลังทำงานของมันอยู่เงียบ ๆ และถ้าไม่มองให้เห็น เวลานอกงานอาจไม่เหลืออยู่จริงอย่างที่เราคิดค่ะ
นุ่น (เมธยา ป้อมสุวรรณ)
11 ก.พ. 2569
10 ก.พ. 2569
10 ก.พ. 2569
13 ก.พ. 2569