ผลที่สำเร็จต้องเกิดจากเหตุที่สมควร

ผลที่สำเร็จต้องเกิดจากเหตุที่สมควร

สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ หวังว่าช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ทุกท่านจะมีความสุขกับการใช้เวลาร่วมกับครอบครัวของทุกท่านกันนะคะ

ในช่วงนี้ โค้ชมีลูกค้าท่านนึงที่มาขอคำแนะนำและโค้ชคิดว่าเป็นเคสที่น่าสนใจ และที่สำคัญคือ เป็นเคสที่โค้ชได้ยินแบบนี้เป็นประจำ จึงขออยากมาแบ่งปันความรู้ความเข้าใจกันค่ะ

ลูกค้าท่านนี้มีลูกสาวที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นธรรมดาของวัยรุ่นสมัยนี้คือติดมือถือ ติดโซเชียล ไม่ฟังผู้ใหญ่ พอเตือนก็เถียง เชื่อเพื่อนมากกว่าแม่ ซึ่งลูกค้าของโค้ชที่ผ่านมาก็ให้ความสำคัญกับงานมาก ออกจากบ้านเช้าตรู่และกลับบ้านดึกเป็นประจำ พอกลับมาเจอลูกเล่นแต่โซเชียลก็มีความทุกข์ พูดลูกก็ไม่ฟัง ช่องว่างระหว่างแม่และลูกก็มากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่ออยู่บ้าน ไม่มีความสุข ก็เลือกที่จะออกไปสังสรรค์กับเพื่อนมากกว่าที่จะอยู่เห็นหน้าหงิกๆ ของลูก ส่วนลูกก็ติดเพื่อน ไม่อยากอยู่บ้าน เพราะรู้สึกบ้านมีแต่ความร้อนรุ่ม คุยกับใครไม่ได้ มองหาใครไม่เห็นที่จะให้ความอบอุ่นทางใจ

คุณแม่ท่านนี้ ติดต่อโค้ชมาเพื่ออยากให้ลูกเปลี่ยนนิสัย อยากให้ลูกเลิกมือถือ เลิกติดเพื่อน เลิกติดโซเชียล และรักแม่มากขึ้น

แต่เมื่อโค้ชแนะนำว่า ประการแรกต้องเปลี่ยนที่คุณแม่ก่อนเลยนะคะ สิ่งที่ได้รับคำตอบคือ คุณแม่ไม่อยากเปลี่ยนค่ะ แต่อยากให้ลูกหายจากนิสัยแย่ๆ ที่เป็นอยู่...

เคสแบบนี้ไม่ใช่เคสแรกที่โค้ชพบนะคะ ครอบครัวจำนวนมาก ทั้งความสัมพันธ์ลักษณะสามี-ภรรยา พ่อแม่-ลูก หรือลูก-พ่อแม่ ที่มีปัญหากันจำนวนมาก อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันดีขึ้น โดยให้อีกฝ่ายเป็นผู้เปลี่ยน

พูดง่ายๆ คือ อยากให้ได้ผลที่ดีขึ้น แต่ตัวเองไม่พร้อมจะทำเหตุที่ดีกว่า

สิ่งที่โค้ชแนะนำลูกค้าท่านนี้ และท่านอื่นๆ ที่มาแนวคล้ายๆ กันคือ..​โค้ชทำไม่ได้ค่ะ โค้ชไม่ใช่ผู้วิเศษ และไม่มีไม้วิเศษที่จะแตะตัวใครแล้วทุกอย่างที่เป็นทุกข์ในชีวิตหายไปหมดในทันทีโดยเจ้าตัวไม่ต้องออกแรงอะไรเลย

ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับใครก็ตาม จะดีหรือแย่ มีเหตุปัจจัยมากมาย หากขณะนี้ความสัมพันธ์มีปัญหา ก็เนื่องจากมีเหตุที่มันก่อให้เกิดปัญหา และหากอยากจะแก้ไขปัญหา ก็ต้องหาสาเหตุและพยายามเปลี่ยนที่เหตุนั้นๆ ค่ะ

คนจำนวนมากชอบ Quick Success โดยไม่ชอบ Continued Effort ...อยากรวยโดยการซื้อหวยแทนการทำงานอย่างขันแข็ง...อยากเก่งและประสบความสำเร็จเลยโดยไม่ต้องเรียนรู้ฝึกฝนหาประสบการณ์ในเรื่องนั้นๆ...

คุณพ่อคุณแม่ที่อยากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นซึ่งโดยธรรมชาติก็เป็นวัยที่เข้าใจยากอยู่แล้ว ก็ต้องยิ่งออกแรงให้มากขึ้น อยากให้เค้าฟังเราก็ยิ่งต้องพร้อมฟังเค้าให้มากขึ้น อยากให้เค้ารักเราก็ยิ่งต้องแสดงให้เค้ารู้ว่าเรารักเค้าและแสดงความรักให้มากขึ้น อยากให้ลูกหันหนีจากมือถือและโลกโซเชียลก็ต้องให้เค้าหันมาแล้วเจอเราคุยกันประสาพ่อแม่ลูกด้วยความรักความห่วงใยกันบ่อยมากขึ้น

และเมื่อคุณตั้งใจพร้อมจะเปลี่ยนแล้ว สิ่งที่โค้ชจะช่วยได้คือเทคนิคต่างๆ ที่จะนำความตั้งใจนั้นไปสู่ปลายทางค่ะ เช่น แนวทางคุณจะสามารถกลับไปเชื่อมใจกับลูกหรือคนที่คุณรักได้ การรู้ลักษณะประเภทบุคลิกที่แท้จริงของแต่ละฝ่ายเพื่อทำให้การสื่อสารเข้าใจกันดีขึ้น เทคนิคการพูดอย่างไรให้อีกฝ่ายเข้าใจ เปิดใจและคล้อยตามเราง่ายขึ้น หรือเทคนิคการสังเกตว่าอีกฝ่ายพูดความจริงกับเราอยู่หรือเปล่า หรืออีกหลากหลายวิธีที่จะทำให้การสื่อสารระหว่างกันมีประสิทธิผลมากขึ้นค่ะ แต่ทุกเทคนิคนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่เริ่มจากความอยากเปลี่ยนแปลงของคุณ

ถ้าคุณไม่เริ่มทำช่องว่างระหว่างกันให้แคบลงตั้งแต่วันนี้ โค้ชรับรองเลยนะคะว่ามันจะยากขึ้นเรื่อยๆ และช่องว่างมันจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ และปิดยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความเคยชินใดๆ จะนำไปสู่นิสัยนั้นๆ และนิสัยชั่วคราวใดๆ ก็จะนำไปสู่นิสัยถาวรนั้นๆ ค่ะ

ในโอกาสช่วงวันครอบครัวนี้ โค้ชจึงขอฝากให้ครอบครัวที่มีปัญหา พยายามมองหาสาเหตุของปัญหา และคิดที่จะแก้ปัญหาโดยเริ่มจากการแก้เหตุที่ตัวเองก่อนแทนการหวังผลจากคนอื่นนะคะ

โค้ชรับรองว่า ความพยายามปรับเหตุของคุณ จะนำไปสู่ผลที่ควรแก่เหตุแน่นอนค่ะ

ด้วยรัก
โค้ชนุ่น​ (ดร.เมธยา ป้อมสุวรรณ)
www.livingwisecoaching.com
Facebook : livingwisecoaching
Line ID : noonmethaya

Powered by MakeWebEasy.com