Last updated: 10 ก.พ. 2569 |
หลายคนเชื่อว่าเมื่อมีความรัก ความสัมพันธ์จะเท่าเทียมขึ้น แต่บางกรณีในชีวิตจริง ความรักไม่ได้ลบอำนาจออกจากความสัมพันธ์ มันแค่ทำให้อำนาจดู soft ขึ้น ดูเป็นเรื่องของความตั้งใจดี และถูกอธิบายด้วยคำสวยงามมากขึ้นเท่านั้น
อำนาจในความสัมพันธ์ ไม่ได้หมายถึงการควบคุมหรือการสั่ง มันอยู่ในตำแหน่ง บทบาท และสิ่งที่แต่ละฝ่ายถืออยู่ ใครเป็นคนปรับ ใครเป็นคนรอ ใครเป็นคนต้องเข้าใจมากกว่า ใครเป็นคนต้องรักษาความสงบ ทุกอย่างนี้มีน้ำหนัก และน้ำหนักนั้นไม่เคยเท่ากันโดยอัตโนมัติ
หลายครั้ง ความรักมักถูกใช้เป็นเหตุผลให้รับบทบางอย่างโดยไม่รู้ตัว บทบาทที่ไม่ได้ตกลงกันตรง ๆ แต่ค่อย ๆ กลายเป็นหน้าที่ ใครบางคนต้องเป็นฝ่ายประคอง ต้องอธิบาย ต้องยอม และต้องเงียบ เพื่อให้ความสัมพันธ์เดินต่อไปได้ ความไม่เท่าเทียมแบบนี้ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมความตั้งใจร้าย แต่มันก็ยังเป็นอำนาจอยู่ดี
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้มองยาก คืออำนาจในความสัมพันธ์มักซ่อนอยู่ในคำว่า “เข้าใจ” และ “เห็นใจ”
เมื่อรักกัน เรามักยอมรับภาระที่หนักขึ้น โดยคิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของความรัก ทั้งที่จริงแล้วมันคือการขยับตำแหน่งของตัวเองไปอยู่ในจุดที่ต้องแบกมากกว่าเดิม
ความสัมพันธ์จำนวนมากไม่ได้พัง เพราะขาดความรัก แต่ตึงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะอำนาจถูกจัดวางใหม่โดยไม่มีใครพูดถึง คนหนึ่งต้องยอมมากขึ้น อีกคนหนึ่งไม่จำเป็นต้องปรับ และทั้งคู่เรียกสิ่งนั้นว่าความรัก ทั้งที่มันคือโครงสร้างของการอยู่ร่วมกันที่เริ่มไม่สมดุล
บทความนี้ไม่ได้บอกว่าความรักผิด และไม่ได้ชี้ว่าใครควรทำอะไร มันแค่ทำให้เห็นว่า ต่อให้รักกันมากแค่ไหน อำนาจก็ยังอยู่ และมันส่งผลกับชีวิตจริงของคนที่อยู่ในความสัมพันธ์นั้นเสมอ
การไม่มองเห็นอำนาจ ไม่ได้ทำให้อำนาจหายไป แต่มันทำให้เราจ่ายราคาของมันโดยไม่รู้ตัวต่างหากค่ะ
นุ่น (เมธยา ป้อมสุวรรณ)
13 ก.พ. 2569
13 ก.พ. 2569