Last updated: 13 ก.พ. 2569 |
อีโก้ในความสัมพันธ์มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นความหยิ่ง ความอยากเอาชนะ หรือความไม่ยอม แต่ความจริงในหลายคู่ อีโก้ไม่ได้มาในรูปของคนเสียงดัง มันมาในรูปของคนที่ “พยายามเป็นคนที่น่ารักพอ” จนไม่เหลือตัวเอง
เราคิดว่าเรากำลังรัก
แต่ลึก ๆ เรากำลัง “รักษาภาพ”
ภาพที่อยากให้อีกฝ่ายเห็น
ภาพที่อยากให้อีกฝ่ายเชื่อว่าเราเป็นคนแบบนั้น
ภาพที่ถ้าแตกเมื่อไร เรากลัวว่าจะถูกผิดหวัง ถูกลดค่า หรือถูกทิ้ง
ความสัมพันธ์เลยกลายเป็นเวทีที่ต้องแสดงโดยไม่รู้ตัว
ยิ้มในวันที่เหนื่อย
โอเคในวันที่ไม่โอเค
เงียบในวันที่อยากพูด
และเก่งในวันที่อยากอ่อนแอ
ปัญหาคือ…การแสดงแบบนี้ทำได้ไม่นาน
อีโก้เหมือนฝาปิดหม้อที่กดไว้แน่น เพื่อไม่ให้ไอน้ำออกมา ข้างนอกดูเรียบร้อย ดูนิ่ง ดูไม่มีปัญหา แต่ข้างในแรงดันสะสมอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่เพราะมีเรื่องใหญ่เสมอไป บางครั้งเป็นเรื่องเล็กมาก เช่น น้ำเสียง การไม่ตอบข้อความ การลืมเรื่องหนึ่งเรื่องใด แต่แรงดันที่สะสมไว้ทำให้เรื่องเล็กระเบิดออกมาเป็นเรื่องใหญ่
แล้วเราก็ทะเลาะกัน
ไม่ใช่เพราะเรื่องนั้น
แต่เพราะไอน้ำที่ถูกกดไว้หลายเดือน
สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้คือ อีโก้ไม่ได้ปกป้องความรัก มันปกป้อง “ความคาดหวัง”
เรากลัวว่า ถ้าอีกฝ่ายรู้ว่าเราไม่ได้เข้มแข็งขนาดนั้น
ไม่ได้สบายใจขนาดนั้น
ไม่ได้ดีพร้อมขนาดนั้น
เขาจะผิดหวัง
เราจึงเลือกปิด ก่อนที่เขาจะเห็น
แต่การปิดไม่ได้ทำให้ปลอดภัย มันทำให้ความสัมพันธ์ “อ่านกันไม่ออก”
อีกฝ่ายไม่รู้ว่าเรารู้สึกอะไร
เราไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร
และสุดท้ายต่างคนต่างเริ่มเดา
การเดาในความสัมพันธ์เหมือนเดินในห้องมืด คนหนึ่งเผลอชนโต๊ะ อีกคนคิดว่าอีกฝ่ายตั้งใจผลัก แล้วความเข้าใจผิดก็เริ่มสะสมจากสิ่งที่ไม่มีใครตั้งใจตั้งแต่แรก
อีโก้จึงไม่ใช่ศัตรูที่ต้องถูกกำจัด
มันคือสัญญาณว่าเรากลัวมากแค่ไหนที่จะเป็นตัวเองแล้วไม่ถูกเลือก
และนี่คือจุดกลับหัวที่สำคัญ
หลายคนคิดว่าเปิดใจคือการพูดทุกอย่าง
แต่จริง ๆ เปิดใจคือการ “ยอมให้ความจริงของตัวเองมีพื้นที่”
แม้จะยังพูดไม่เก่ง
แม้จะยังไม่รู้จะอธิบายยังไง
แค่ไม่ปิดมันด้วยการทำเหมือนไม่เป็นอะไร
ความสัมพันธ์ที่โต ไม่ได้ต้องการคนที่ไม่มีอีโก้
มันต้องการคนที่รู้ว่าอีโก้กำลังทำงานอยู่เมื่อไร
เวลาที่เราเริ่มพูดเพราะอยากชนะ
เวลาที่เราเริ่มเงียบเพราะกลัวเสียภาพ
เวลาที่เราเริ่มทำดีเกินจริงเพื่อไม่ให้ถูกผิดหวัง
เวลาที่เราเริ่มประชดแทนที่จะพูดตรง ๆ
อันนั้นไม่ใช่ “นิสัยเสีย”
มันคือเกราะ
และเกราะนี่แหละที่ทำให้คนสองคนที่รักกัน
ค่อย ๆ ห่างกันทีละนิด
ถ้าอยากวัดว่าในความสัมพันธ์ของคุณมีอีโก้มากแค่ไหน ลองดูง่าย ๆ ว่าคุณ “กลัวอะไรที่สุด” เวลาอยู่กับเขา
กลัวเขาคิดว่าเราไม่ดีพอ
กลัวเขาเห็นด้านที่เราไม่ภูมิใจ
กลัวเขารู้ว่าเราต้องการมากกว่าที่แสดง
กลัวเขารู้ว่าเราหวง
กลัวเขารู้ว่าเรากลัว
ยิ่งกลัวมาก ยิ่งต้องแสดงมาก
และยิ่งแสดงมาก ยิ่งเหนื่อย
สุดท้ายความเหนื่อยจะกลายเป็นความหงุดหงิด
ความหงุดหงิดจะกลายเป็นการทะเลาะ
และการทะเลาะจะกลายเป็นข้อสรุปผิด ๆ ว่า “เราเข้ากันไม่ได้”
ทั้งที่จริงแล้ว เราแค่ยังไม่เคยได้อยู่ด้วยกันในเวอร์ชันที่จริง
อีโก้ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย
มันเป็นเด็กคนหนึ่งในใจที่กลัวไม่ถูกรัก
และมันทำได้ดีที่สุดเท่าที่มันรู้ คือ “ทำให้เราดูดีพอ”
แต่ความรักไม่ต้องการคนที่ดูดี
ความรักต้องการคนที่อยู่ได้จริง
และบางที สิ่งที่ดีที่สุดของความสัมพันธ์
ไม่ใช่วันที่เราทำให้กันและกันประทับใจ
แต่เป็นวันที่เราหยุดแสดง
แล้วเริ่มหายใจเป็นตัวเองต่อหน้ากันได้ค่ะ
นุ่น (เมธยา ป้อมสุวรรณ)
13 ก.พ. 2569
13 ก.พ. 2569
13 ก.พ. 2569