Last updated: 13 ก.พ. 2569 |
คนจำนวนมากไม่ได้วิ่งหารักเพราะอยากมีคู่เท่านั้น
เขาวิ่งเพราะ “อยู่กับความเหงาไม่ไหว”
เราอาจไม่พูดตรง ๆ แต่พฤติกรรมมันพูดแทนเราเสมอ
เช็กมือถือบ่อยขึ้น
เฝ้ารอให้มีคนทัก
เปิดแอปต่าง ๆ แบบไม่รู้ตัว
ยอมคุยกับคนที่ไม่ใช่เพราะอย่างน้อยก็ไม่ว่างเปล่า
ความเหงาในตอนนั้นเหมือนเสียงพัดลมที่ดังอยู่ในห้องเงียบ
ไม่ถึงกับเจ็บ แต่ทำให้ใจไม่สงบ
และเรามักเข้าใจผิดว่า ถ้ามีใครสักคนเข้ามา เสียงนั้นจะหาย
แต่ความจริงคือ คนที่เข้ามามักไม่ได้ทำให้ความเหงาหาย
เขาแค่ทำให้เรา “ไม่ต้องได้ยินมัน” ชั่วคราว
ความรักจำนวนมากเริ่มจากเหตุผลแบบนี้
ไม่ใช่เพราะเราไม่ดี
แต่เพราะมนุษย์ทุกคนมีช่วงเวลาที่ไม่อยากอยู่ลำพัง
ปัญหาอยู่ตรงที่ เมื่อเราใช้ “ความสัมพันธ์” เป็นยานพาหนะหนีความเหงา
ความสัมพันธ์นั้นจะถูกขับด้วยแรงเดียว คือ "แรงขาด"
และแรงขาดทำให้เรา "ยอม" ทุกอย่างง่ายกว่าที่คิด
มันเหมือนคนที่หิวน้ำมาก ๆ ในวันที่ร้อนจัด
เห็นแก้วอะไรก็ยกดื่ม
ทั้งที่บางแก้วเป็นน้ำหวาน บางแก้วเป็นน้ำเค็ม
ดื่มไปยิ่งกระหาย แต่ตอนนั้นเรารู้สึกแค่ว่า “อย่างน้อยฉันได้ดื่มอะไรสักอย่าง”
ความเหงาก็เหมือนกัน
มันทำให้เรา “รับ” โดยไม่ได้เลือก
และทำให้คำว่า “รัก” ถูกใช้แทนคำว่า “พอให้หายว่างไหม”
แล้วคำถามคือ
จะหยุดวิ่งได้อย่างไร ในเมื่อยังเหงาอยู่
คำตอบไม่ใช่การทำให้ไม่เหงา
คำตอบคือทำให้เหงาแล้ว “ไม่ต้องวิ่ง”
เพราะการหยุดวิ่งไม่ได้เกิดจากความเข้มแข็งแบบกัดฟัน
มันเกิดจากการที่เรามี “ฐาน” ที่รองรับความเหงาได้
เหมือนบ้านที่มีพื้นจริง ๆ
ไม่ใช่บ้านที่มีแต่ระเบียงให้ยืนพิงลม
คนที่ไม่มีฐานในใจ เวลาความเหงามา จะรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนสะพานแคบ ๆ
ต้องรีบหาคนมาจับมือ
ไม่ใช่เพราะอยากจับ
แต่เพราะกลัวตก
ในขณะที่คนที่มีฐาน เวลาความเหงามา เขาอาจยังเศร้า ยังเงียบ ยังคิดถึง
แต่เขาไม่ต้องรีบยื่นมือไปคว้าใคร
เพราะเขายืนอยู่บนพื้นแล้ว
สิ่งที่ทำให้เรามีฐาน ไม่ใช่การรักตัวเองแบบคำสวย ๆ
แต่คือการเลิกทำ “3 อย่าง” ที่ทำให้ความเหงาแปลว่าอันตราย
1 เลิกแปลความเหงาว่า “ฉันไม่มีค่า”
ความเหงาไม่ใช่ใบรับรองความล้มเหลว
มันคือช่วงที่ใจเงียบพอจะได้ยินตัวเอง
2 เลิกใช้ความสัมพันธ์เป็นยานกลบความว่าง
ความสัมพันธ์ที่ดีคือสถานที่ที่เราไป “แบ่งปัน” ไม่ใช่ที่ที่เราไป “ขอให้ช่วยกู้ชีวิต”
ถ้าเราเข้าไปด้วยแรงกู้ อีกฝ่ายจะกลายเป็นเครื่องช่วยหายใจทันที และนั่นไม่แฟร์กับทั้งสองคน
3 เลิกคิดว่าการหยุดวิ่งคือการหยุดหวัง
การหยุดวิ่งไม่ได้แปลว่า “ไม่อยากมีรัก”
มันแปลว่า “ฉันไม่ยอมใช้ความขาดเป็นพวงมาลัยอีกแล้ว”
ตรงนี้คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุด
ความรักที่เกิดจากความเหงา มักให้ความอุ่นเร็ว แต่หมดเร็ว
เหมือนกองไฟที่จุดด้วยกระดาษ หนังสือพิมพ์ติดไฟไว อุ่นไว แล้วก็ดับไว
แต่ความรักที่เกิดจากฐาน มันอาจไม่หวือหวา แต่ติดนาน
เหมือนถ่านที่ค่อย ๆ อุ่น อยู่ได้นาน และไม่ต้องคอยเติมตลอดเวลา
ถ้าคุณยังเหงาอยู่ตอนนี้ และยังอยากมีรักอยู่ด้วย มันไม่ขัดกัน
คุณแค่ต้องหยุดทำให้ความเหงาเป็นคำสั่ง
และเริ่มทำให้ความเหงาเป็น “ข้อมูล”
ข้อมูลว่า วันนี้ใจอยากพัก
ข้อมูลว่า วันนี้ใจอยากถูกเห็น
ข้อมูลว่า วันนี้ใจยังไม่มีพื้นที่ที่ปลอดภัยพอให้ตัวเองอยู่เฉย ๆ
พอคุณอ่านความเหงาเป็นข้อมูล
คุณจะเริ่มเลือกได้ว่า จะขยับหรือไม่ขยับ
และเมื่อคุณเลือกได้ ความรักจะไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องวิ่งหาอีก
มันจะกลายเป็นสิ่งที่เข้ามา “พอดี” กับชีวิตที่มีฐานแล้ว
ความรักไม่ได้หนีคนเหงา
มันหนีคนที่ต้องใช้ความรักเป็นที่พยุงชีวิต
และถ้าวันไหนคุณเหงามากจนอยากวิ่งอีกครั้ง
ไม่ต้องด่าว่าตัวเองอ่อนแอ
แค่กลับมาถามคำถามเดียวที่ซื่อสัตย์ที่สุด
วันนี้ฉันอยากมีรัก
หรือฉันแค่อยากให้ความเหงาหยุดพูด
นุ่น (เมธยา ป้อมสุวรรณ)
13 ก.พ. 2569
13 ก.พ. 2569