Last updated: 10 ก.พ. 2569 |
หลายคนติดอยู่กับการตัดสินใจที่ดูดีในทุกมุม ทางนี้ไม่ผิด มีเหตุผลรองรับ และอธิบายกับใครก็ได้ว่าทำไมถึงควรไปต่อ ปัญหาคือ ความถูกต้องแบบนี้ไม่ได้บอกว่ามันเหมาะกับชีวิตเราแค่ไหน และไม่ได้บอกว่าต้องจ่ายอะไรเพื่อรักษามันไว้
การตัดสินใจจำนวนมากไม่ได้ล้มเพราะมันผิด แต่มันหนักเกินไปสำหรับจังหวะชีวิตนั้น เวลา แรง ความพร้อม และพื้นที่ในชีวิตไม่พอรองรับ แม้ทางจะถูกต้องตามหลักคิดเดิม แต่ต้นทุนที่ต้องจ่ายกลับสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มฝืนโดยไม่รู้ตัว
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ยาก คือเรามักผูกคำว่า “ไหว” เข้ากับความถูกต้อง ถ้าทางนี้ถูก เราควรทนไหว ถ้าไม่ไหว แปลว่าเรายังไม่เก่งพอ ยังไม่อดทนพอ หรือยังไม่พร้อมพอ ความคิดแบบนี้ทำให้หลายคนอยู่กับทางที่จ่ายไม่ไหว โดยโทษตัวเองแทนที่จะมองต้นทุนจริง
ความจริงคือ ถูก–ผิด กับ ไหว–ไม่ไหว เป็นคนละเรื่อง ทางหนึ่งอาจถูกต้องในเชิงหลักการ แต่ไม่สอดคล้องกับชีวิตจริงในตอนนี้ บางทางพาไปต่อได้ แต่ต้องแลกด้วยสุขภาพ เวลา หรือความเป็นตัวเองมากเกินไป และการแลกแบบนั้นไม่ได้ผิดศีลธรรม แต่มันอาจไม่คุ้มกับชีวิตที่ต้องอยู่ต่ออีกยาว
หลายคนกลัวการยอมรับว่าจ่ายไม่ไหว เพราะมันฟังดูเหมือนการยอมแพ้ ทั้งที่จริงมันคือการมองตรง ๆ ว่าชีวิตมีทรัพยากรจำกัด ไม่ใช่ทุกทางที่ควรเดินต่อ แม้จะไม่มีใครบอกว่าทางนั้นผิดก็ตาม
บทความนี้ไม่ได้บอกว่าควรเลือกทางไหน และไม่ได้ตัดสินการตัดสินใจของใคร มันแค่แยกให้เห็นว่า ความถูกต้องไม่เคยรับประกันความไหว และการยอมรับว่าจ่ายไม่ไหว ไม่ได้ทำให้การเลือกนั้นผิด มันแค่ทำให้การตัดสินใจกลับมาอยู่บนความจริงของชีวิตมากขึ้น
นุ่น (เมธยา ป้อมสุวรรณ)
10 ก.พ. 2569
10 ก.พ. 2569
11 ก.พ. 2569
13 ก.พ. 2569