Last updated: 11 ก.พ. 2569 |
หลายคนรีบเปลี่ยนเป้าหมายเมื่อชีวิตเริ่มไม่ขยับ งานไม่โตอย่างที่หวัง ความสัมพันธ์ไม่เป็นไปตามที่คิด หรือความสำเร็จที่เคยชัดเริ่มพร่า แต่สิ่งที่ไม่ค่อยมีใครหยุดดู คือ เรากำลังใช้กรอบคิดชุดเดิมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปแล้วหรือเปล่า
กรอบคิดบางอย่างเคยพาเรามาถึงจุดนี้ มันเคยได้ผล เคยช่วยให้รอด และเคยทำให้ชีวิตเป็นรูปเป็นร่าง เราจึงยึดมันไว้แน่น เพราะมันคือสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ ปัญหาคือ กรอบที่เคยเหมาะ อาจไม่เหมาะกับบริบทใหม่ และเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยน แต่กรอบไม่เปลี่ยน เราจะพยายามผลักชีวิตให้เข้าไปในรูปเดิมซ้ำ ๆ
ความอึดอัดที่เกิดขึ้นมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพราะเป้าหมายไม่ชัด หรือเพราะเราตั้งเป้าผิด ทั้งที่จริงเป้าหมายอาจยังใช่ แต่เลนส์ที่ใช้มองมันเริ่มจำกัดเกินไป เราอาจกำลังวัดความสำเร็จด้วยมาตรฐานเดิม ทั้งที่ความหมายของคำว่าสำเร็จในชีวิตตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว
สิ่งที่ทำให้การเปลี่ยนกรอบยาก คือมันไม่เห็นชัดเหมือนการเปลี่ยนเป้าหมาย เป้าหมายเป็นสิ่งที่พูดออกมาได้ บอกคนอื่นได้ และปรับตัวเลขได้ แต่กรอบคือวิธีคิดที่อยู่ลึกกว่า มันกำหนดว่าคุณมองทางเลือกแบบไหน ยอมรับอะไรได้ และตัดอะไรทิ้งไปโดยอัตโนมัติ
หลายคนพยายามแก้ความติดขัดด้วยการตั้งเป้าใหม่ หางานใหม่ เริ่มโปรเจกต์ใหม่ หรือเปลี่ยนแผนทั้งชุด แต่ยังใช้กรอบเดิมในการประเมินทุกอย่าง ผลคือ ความรู้สึกตันกลับมาอีก เพราะสิ่งที่ต้องเปลี่ยนไม่ใช่ปลายทาง แต่คือวิธีที่มองปลายทางนั้น
วันที่รู้ว่าต้องเปลี่ยนกรอบ ไม่ใช่เปลี่ยนเป้าหมาย มักไม่ใช่วันที่ทุกอย่างกระจ่าง แต่มันคือวันที่เราเริ่มสงสัยความคิดของตัวเอง สงสัยว่าทำไมวิธีเดิมที่เคยพาไปได้ไกล กลับพาไปต่อไม่ได้ และยอมรับว่าความถูกต้องในอดีต ไม่ได้การันตีความเหมาะสมในปัจจุบัน
นุ่น (เมธยา ป้อมสุวรรณ)
10 ก.พ. 2569
10 ก.พ. 2569
10 ก.พ. 2569