Last updated: 10 ก.พ. 2569 |
หลายคนใช้คำว่าชีวิตพังเร็วเกินไป ทั้งที่ในความเป็นจริง ชีวิตยังเดินอยู่ งานยังทำได้ ความสัมพันธ์ยังไม่ขาด และทุกอย่างจากข้างนอกยังดูปกติ สิ่งที่เปลี่ยนคือแรงที่ใช้มันมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ผลลัพธ์ไม่ได้ดีขึ้นตาม
สัญญาณแบบนี้ไม่ได้ดัง มันไม่มาในรูปของเหตุการณ์ใหญ่ และไม่ทำให้ต้องตัดสินใจทันที มันมาในรูปของความเหนื่อยที่พักแล้วไม่หาย ความเฉยที่เพิ่มขึ้น และความรู้สึกว่าแค่ประคองวันให้ผ่านไปก็ใช้แรงเกินกว่าที่ควรจะเป็น
หลายครั้งเราเรียกมันว่า "ความอ่อนแอ" หรือโทษว่าตัวเองจัดการไม่เก่งพอ ทั้งที่ความจริงคือ "เงื่อนไข" บางอย่างในชีวิตเปลี่ยนไปแล้ว แต่เรายังพยายามใช้วิธีเดิม อยู่ในบทบาทเดิม และคาดหวังผลลัพธ์แบบเดิม ชีวิตจึงไม่ได้พัง มันแค่ไม่ยอมร่วมมือกับการฝืนแบบนั้นอีกต่อไป
สิ่งที่ทำให้สับสนคือ ทุกอย่างยังพอไปได้ ยังไม่ถึงกับต้องเปลี่ยน ยังไม่ถึงกับเลิกหรือเริ่มใหม่ ความไม่ไหวจึงถูกเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นภาระเงียบที่ต้อง "แบก" ทุกวัน โดยไม่รู้ว่ากำลังสะสมต้นทุนอยู่เท่าไร
ชีวิตมักไม่พูดด้วยเหตุผล แต่มันสื่อสารผ่านความรู้สึกที่เราอยากมองข้าม ความหนักที่เพิ่มขึ้น ความเบื่อที่ไม่มีสาเหตุ และความตึงที่อธิบายไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้บอกให้หนี แต่กำลังบอกว่าบางอย่างในโครงชีวิตปัจจุบันต้องแลกมากเกินไปแล้ว
บทความนี้ไม่ได้พยายามทำให้ทุกอย่างดูดีขึ้น และไม่ได้บอกว่าควรทำอะไรต่อ มันแค่ชวนให้หยุดให้เราเรียก "ความไม่ไหว" ว่า "ความพัง"
เพราะการเรียกผิดชื่อ ทำให้เรามองผิดจุด ชีวิตไม่ได้ล้ม แต่มันกำลังวางของลง เพื่อบอกว่า แบกแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว
นุ่น (เมธยา ป้อมสุวรรณ)
10 ก.พ. 2569
10 ก.พ. 2569