Last updated: 10 ก.พ. 2569 |
จังหวะต้องเลือกในชีวิตมักไม่มาในวันที่ทุกอย่างชัด มันไม่รอให้ข้อมูลครบ ไม่รอให้ใจนิ่ง และไม่สนใจว่าเรายังอยากคิดต่ออีกแค่ไหน มันมาในวันที่ของเดิมเริ่มไปต่อไม่ได้ และการไม่ขยับเริ่มมีผลมากกว่าการขยับ
หลายคนเรียกช่วงนี้ว่าความสับสน ทั้งที่ความจริงมันคือแรงบีบ ชีวิตกำลังบังคับให้ยอมรับว่า การอยู่ตรงกลางต่อไปไม่ใช่ตัวเลือกที่ปลอดภัยอีกแล้ว สิ่งที่เคยใช้ได้ เริ่มไม่พอ และเวลาที่เคยมี เริ่มไม่เหลือให้รอ
การเลือกแบบนี้ไม่ได้เริ่มจากความอยาก แต่มาจากความจำเป็น มันไม่ให้ความรู้สึกถูก ไม่ให้ความภูมิใจ และไม่รับประกันว่าทางไหนจะดีกว่า มันแค่บอกว่า ถ้าไม่เลือกอะไรเลย ผลจะเกิดขึ้นอยู่ดี และมักเกิดในแบบที่เราไม่ได้ตั้งใจ
สิ่งที่ทำให้จังหวะนี้หนัก คือมันไม่มีทางออกสวย ไม่มีใครปรบมือ และไม่มีเหตุผลที่อธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้ง่าย บางทางไม่ผิด แต่ต้องจ่ายราคา บางทางไปต่อได้ แต่เสียบางอย่างไป และบางทางคือการยอมรับว่าชีวิตเวอร์ชันเดิมจบลงแล้ว
หลายคนพยายามทำให้การเลือกครั้งนี้ดูเป็นเรื่องของเหตุผล ทั้งที่จริงมันเป็นเรื่องของการยอมรับ ยอมรับว่าความพร้อมไม่มีวันมาถึง ยอมรับว่าการรอคือการเลือกแบบหนึ่ง และยอมรับว่าความกลัวไม่ได้หายไปเพียงเพราะเราเลี่ยงมัน
บทความนี้ไม่ได้บอกว่าควรเลือกทางไหน และไม่ได้ทำให้การเลือกดูง่ายขึ้น มันแค่ชี้ให้เห็นว่า จังหวะต้องเลือกเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจริง ไม่ใช่ความผิดพลาด และไม่ใช่สัญญาณว่าเราทำอะไรพลาดไปก่อนหน้า ชีวิตไม่ได้ถามว่าเราพร้อมหรือไม่ แต่มันถามว่า เราจะยอมรับการเลือกที่กำลังเกิดขึ้นหรือยัง
นุ่น (เมธยา ป้อมสุวรรณ)
10 ก.พ. 2569
11 ก.พ. 2569
10 ก.พ. 2569